ของมันมีประโยชน์
posted on 22 May 2007 09:37 by omegaohm in BEAUTIFUL-DAYS
Beautiful Days #1
พูดถึงลูกพี่
อพาร์ทเมนท์ของเขามีทุกอย่างที่ไม่จำเป็น กิ๊บหนีบผ้าหักๆเป็นโหลๆ
มีปฎิทินมากพอที่จะดูย้อนได้ร้อยปี กระถางที่เหมือนจะปลูกต้นพริกเจ็ดสี
มีแม้กระทั่งหมอนรองรางรถไฟ ไม่แปลกที่จะมีมดดำอีกสี่-ห้าพันตัวอยู่นอกระเบียง
วิ่งวนป้วนเปี้ยนไปรอบๆตัวเขาเวลาออกมานั่งรับลม พลางขยี้ขนมปังให้อาหารมัน
โดยหารู้ไม่ว่า ไอ้มดพวกนี้ก็วาดหวังว่าสักวันเขาจะกลายเป็นอาหารมื้อใหญ่
ที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกมันละ เขาก็ยังก้มมองมัน หัวเราะคิกคักแล้ว
บอกกับผมว่า สักวันมดพวกนี้จะเชื่องและเป็นสัตว์ที่ใช้งานได้
เออ ผมไม่มีปัญญาไปเถียงเขาหรอก
นอกจากจะเป็นคนไม่ยอมทิ้งข้าวของไปง่ายๆแล้ว เขายังจะเก็บของต่างๆ
ติดมือกลับห้องมาทุกครั้ง ด้วยความคิดอันรอบคอบในแบบตัวบีเวอร์ว่า
สักวันมันจะมีประโยชน์ วันหนึ่งตอนบ่ายแก่ๆเขากลับถึงอพาร์ทเมนท์
พร้อมกับไม้พายเก่าๆติดมือมาอันหนึ่ง ผมรู้ว่าตอนหยิบมาเขาคงคิดว่า
สักวันเขาคงได้ใช้ประโยชน์อะไรจากมันบ้าง ซึ่งผมควรจะเข้าใจ
แต่...ไม้พายเนี่ยนะ!? ผมโวยทันที
" อย่างน้อยๆก็ตอนเอื้อมหยิบกางเกงในที่หล่นไปบนกันสาดแหละ "เขาตอบ
ผมพยายามคำนวนสถิติที่คนทั้งโลกจะทำกางเกงในหล่นไปในที่ที่เอื้อมไม่ถึง
ใช้ได้! คงเกิดขึ้นบ้าง แต่ทำไมต้องไม้พายวะ? ผมหน่ายจะสืบต่อเลยทำเฉยๆ ลูกพี่ก็
ยิ้มหยิ่งๆแบบชนะผมไป3-0
แต่แล้วลูกพี่ก็พบว่า เขาไม่ใด้ใช้ประโยชน์อะไรจากมันเลยหลังเวลาผ่านไปถึง
สามเดือน แล้วไงมั๊ย? แทนที่เขาจะทิ้งไม้พายบ้าๆไป เขากลับเดินหาเรือเล็กๆสักลำ
เพื่อที่จะมาเป็นคู่กับไอ้พายนั่น และแน่นอน ประโยชน์หนึ่งเดียวของพวกมันเท่าที่
ผมจะคิดออกก็คือ เมื่อน้ำท่วมโลก! จนตอนนี้แทบต้องหาอากาศหายใจด้วยการ
ทิ่มหลอดหาช่องว่างจากข้าวของที่เขาเก็บมากองๆกันไว้นั่นละ ถึงกระนั้น
บางทีผมก็ต้องยอมรับว่า มองห้องเขาก็รู้สึกเหมือนนั่งดูหนังของโคเนนเบิร์กอยู่เหมือนกัน
อยากฟังเรื่องตลกสักเรื่องไหม?
ผมก็อยู่ในห้องห่านั่นด้วยละ จะนับผมเป็นขยะก้อนหนึ่งในห้องนั้นด้วยก็ได้
ยังไงก็เถอะ ก้อนใหญ่แต่ไม่ไร้ประโยชน์นะครับ ผมล้างชาม กวาดห้อง
(จริงๆแล้วเหลือแค่ระเบียงที่กวาดได้)แล้วก็พาแมวไปเดินเล่น เอาสิ
เรามีแมวอีกตัวนะเอ้อ สงสัยเหมือนกันว่าเราเริ่มเลี้ยงมันตอนไหน ในวันแรกๆ
ที่มันยังไม่มีชื่อ ผมฝันหวานว่าจะเรียกมันให้เท่ๆหน่อยเอาไว้อวดคนอื่นว่า
เรามีความรู้มีการศึกษา ผมตั้งชื่อให้มันเป็นภาษาเยอรมันว่า มึนเช่นกลัดบั่ค
ผมใช้เรียกมันอยู่วันหนึ่งเต็มๆ แล้วชื่อมันก็เปลี่ยนเป็น อีเหมียว ในวันต่อมา
ผมว่าคนเราเปลี่ยนกันได้
เราอยู่ในห้องแคบๆนั่นโดยกระทำการเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด กฎฟิสิกส์ง่ายๆ
เพื่อไม่ให้ร้อนจนต้องมีเหงื่อ และด้วยการระมัดระวังว่าจะชนข้าวของล้มทลาย
ทว่าการอยู่เฉยๆทำให้ผมเป็นบ้า ผมจะคลั่งเอาเสียให้ได้และสาหัสถึงขนาดฟาด
หัวกะบาลใครก็ได้ทีเดียว ผมจึงต้องเป็นฝ่ายออกไปนอกห้องเสียเองเพื่อความ
สงบสุขของโลก ผมกับอีเหมียวมักจะเล่นกันอยู่ใต้ถุนตึกราวกับ
เป็นห้อง(จริงๆ)ของเรา และเราดูมีความสุขกันดี วันหนึ่งผมเลยบอกลูกพี่ว่า
ผมจะเลิกแชร์ค่าห้อง เพราะผมเข้าห้องของเขาเพื่อนอนกับธุระในห้องน้ำเท่านั้นเอง
ผมจะจ่ายเพียงค่าไฟกับค่าน้ำให้เท่านั้นละ ผมประกาศกร้าวและเกร็งเกรียว
ลูกพี่ทำนิ่งๆแล้วบอกให้ผมไปนั่งใต้ถุนตึกอย่างเดิม
และนั่นแหละ เป็นสาเหตุที่ทำให้มนุษย์ต่างดาวมาเยือน
ลูกพี่บอกว่ามีมนุษย์ต่างดาวมาหาเขา ในตอนที่ไล่ผมไปอยู่ใต้ตึก
ผมยืนฟังด้วยท่ากอดอก เออ ใครจะเชื่อวะ แต่ผมทำท่าเป็นเชื่อไปก่อน
เพื่อให้เขาพอใจ ผมยังช่วยเตือนเขาอีกว่า ระวังมนุษย์ต่างดาวมันจะเอาตัว
ลูกพี่ไปละ ไม่อยากจะเชื่อ!ว่าไอ้คำพูดโง่ๆนั่นจะทำให้ลูกพี่กลัวหัวหด
เขาไม่ยอมอยู่คนเดียวเลย แล้วผมจะออกจากห้องไม่ได้ด้วยเพราะเขากลัว
จะถูกลักพาตัว นรกเถอะ ผมให้เขาเลือกว่าถ้าผมอยู่เฉยๆใต้ขยะกองโตนี้แล้ว
อาจจะฟาดกะบาลใครเข้า(และคงไม่พ้นเขา) กับการนั่งเล่นกับแมวใต้ตึกโดย
ที่เขาร้องเรียกให้ผมช่วยได้ตลอดเวลา เขาเลือกตัวเลือกที่ถูกต้อง
แต่มันกลับกลายเป็นว่า ลูกพี่หายตัวไปนะสิ!
เขาไม่ร้องเรียกให้ช่วย? หรืออาจเรียกแต่ผมไม่ได้ยิน เพราะผมต้องใช้สมาธิสูง
ในการเล่นกับแมวและผมอาจไม่ได้ยิน ช่างเหอะ ผมถือมันเป็นการทดลองชนิด
หนึ่งที่อาจจะไขปัญหาทางด้านสมองของลูกพี่จึงไม่ได้ตกใจอะไร
ในวันแรกที่ลูกพี่หายตัวไป ผมครองห้อง ผมกับอีเหมียวมองหน้ากันใต้กองขยะของ
ลูกพี่ ไม่ต้องพูดอะไรก็เข้าใจ เราเริ่มช่วยกันขนของออกไปข้างนอก เริ่มจากชิ้นเล็กๆ
ที่พอจะเคลื่อนย้ายได้ง่ายๆก่อน อีเหมียวปลดกิ๊บหนีบผ้าบนราวแล้วคาบไปทิ้งทีละอัน
ผมรีบจัดการไอ้กระถางต้นพริกนั่นก่อนเลย เพราะตั้งแต่ผมอยู่มาผมไม่เคยเห็น
ว่าแม่งจะงอกอะไรขึ้นมา และผมก็ไม่กินเผ็ดด้วย ผมรวบรวมของเหล่านั้นใส่ลัง
กระดาษใบใหญ่แล้วลากไปทิ้งไกลๆ
ในตอนนี้ เรามีที่นอนกันอย่างสบายใจแล้ว
วันที่สองผมเริ่มดันพวกชิ้นส่วนอะไรสักอย่างให้ออกไปจากห้อง มันใหญ่ๆแล้วก็ทำ
จากเหล็กกับดินเหนียวด้วย เวรเอ๊ย ผมทนอยู่กับไอ้ขยะพวกนี้มาได้ยังไงวะ
จะเรียกมันก็ยังไม่รู้จัก
ด้วยแรงโมโหที่เหมือนทำให้ผมมีพละกำลังอย่างมหาศาล ผมยกทุกสิ่งทุกอย่าง
ออกไปกองๆไว้ข้างนอกอย่างรวดเร็ว บางทีผมก็โยนมันลงมาจากชั้นสองเลย
เสียงดังโครมครามจนไอ้เปียกออกมาดู
เอ็งทำอะไรของเอ็งวะเปียกถาม ท่าทางว่าเสียงที่ผมทำจะปลุกมัน
นิดหน่อย จัดห้องใหม่นะผมว่าเออ เอ็งมีรถนี่ ช่วยหน่อยสิ ขนพวกมันไปทิ้งที"
เปี๊ยกมองไปที่ข้าวของที่ผมชี้ไปก็ถึงกับผงะ เขายังไม่เห็นกองที่ผมโยนลงชั้นล่างนะเนี่ย
เอ็งจะทิ้งเหรอ
เออ ทิ้งแม่งหมดแหละ
น่าเสียดายนะมันว่า โอ ผมอยากให้มันไปจังเลย เวรเอ้ย ขยะพวกนี้มีอะไรดีวะ
ผมบอกเขาว่าไม่ได้หรอก ของพวกนี้สกปรกมาก ติดเชื้อ ต้องทิ้งสถานเดียว
ผมไม่อยากให้พวกมันอยู่ใกล้ผมในระยะ 500 เมตรตะหากละ
เอ็งต้องจ่ายค่าน้ำมันให้นะ ท่าจะหนักอยู่นะเนี่ย เขาเอามือคุ้ยๆกองขยะไปด้วย
นี่กูต้องจ่ายตังค์เพราะจะทิ้งพวกมันเนี่ยนะ บ้ากันไปใหญ่แล้ว ผมคิดเงียบๆ
เอ็งว่าเด็กเสิร์ฟอย่างข้าจะหาเงินมาจากที่ไหนเยอะแยะวะผมพูด
เอ็งเป็นสถาปนิกไม่ใช่เหรอ
เหมือนกันแหละ พูดจบหน้าไอ้เปียกมันดูจ๋อยๆ ซึ่งผมมักจะทนอะไรแบบนี้ไม่ได้
ผมเลยให้เงินมันไปสองร้อย เท่าที่ผมมี และมันก็รับไปแต่โดยดี
มันไม่เหมือนกันใช่ไหม?
อะไร?
เด็กเสิร์ฟกับสถาปนิกนะ
เออ ไม่เหมือนหรอกผมบอก แล้วมันก็ช่วยผมขนของลงไปชั้นล่าง อีเหมียวมอง
เราขนของกันอย่างทุ่มเทเหมือนภูเขาไฟจะระเบิดใส่ห้องเรา ทุกครั้งที่ผมยกของ
ทิ้งผมจะมองหาว่าลูกพี่กลับมาหรือยัง และทุกครั้งก็ไม่เห็นวี่แวว
ผมรู้สึกเหมือนกำลังทิ้งชิ้นซากและวิญญาณของลูกพี่อยู่เลยละ
ทุกอย่างเสร็จสิ้น ผมปัดกวาดเช็ดถู ห้องสะอาดและดูกว้างขึ้นมาก ผมพอจะเข้าใจ
ที่เขาพูดๆกันว่า ยกภูเขาออกจากอกก็ตอนนี้ ระเบียงไม่มีมดแล้ว กิ๊บหักๆก็ไป
จากราวตากแล้ว ถุงพลาสติกเปล่าๆ กระปุกซีดีเปล่า หม้อไห ปฎิทินบ้าบออะไรผม
ก็ทิ้งไปหมด เออ ผมพึ่งรู้ตัวว่าทิ้งทีวีไปด้วยแฮะ ช่างมันเถอะ ผมไม่ค่อยแน่ใจหรอก
ว่ามันเป็นทีวีนะ มีไว้กินไฟอย่างเดียวนะผมว่า ค่ำคืนนั้น ผมกับอีเหมียวช่างมี
ความสุขราวกับคู่แต่งงานใหม่ที่พึ่งย้ายเข้าบ้าน ด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยๆที่แทบจะไม่มี
เรานอนกลิ้งไปกลิ้งมาแบบในหนังอย่างที่ไม่คิดว่าเราจะได้ทำสักวันหนึ่งจริงๆหรอก
ตอนนี้มันเยี่ยมสุดๆ ผมไม่คิดถึงลูกพี่เอาเสียเลย เราหลับใหลดิ้นไปทุกมุมห้อง
ที่พื้นกำลังสะท้อนแสงนวลของดวงจันทร์
และแล้วลูกพี่ก็กลับมาในวันที่สาม ผมกำลังนอนเล่นโดยมีอีเหมียวกลิ้งอยู่บนท้อง
ตอนเขาปรากฏตัวที่หน้าประตู อ้าว สวัสดี ผมทัก ลูกพี่ไม่พูดอะไรเลย
ผมคิดว่าเขาคงตะลึงกับสภาพของห้อง ซึ่ง เออ ผมเข้าใจอารมณ์ของเขาละ
ไปไหนมาผมถาม
หนี หนีไปที่ปลอดภัย เขาพูดแบบกลืนน้ำลายไม่ถูกจังหวะ ผมรู้แล้วว่าต่อไป
เขาจะพูดเรื่องอะไร
ข้าวของกูหายไปไหนหมดว๊ะ!
สมาธิของผมจับจ้องกับการผมเล่นกับแมวอยู่ จึงตอบไปชุ่ยๆเหมือนคราวก่อนๆ
ถูกมนุษย์ต่างดาวเอาไปแล้ว
ลูกพี่ทุบกำปั้นเข้ากับมือของเขาดังตุ้บ
กูว่าแล้วว่ามันต้องมีประโยชน์เข้าสักวันเขาว่า
edit @ 4 Jan 2008 11:00:15 by omega
.
.
เลิกงานแล้วกลับบ้านเหอะ^^
#1 By walk my own way ^^ on 2007-05-22 18:16