คำขอบคุณ
posted on 30 May 2007 10:11 by omegaohm in BEAUTIFUL-DAYSBeautiful Days #2
ผมอยากฟังคำขอบคุณแบบที่ลืมไม่ลงสักครั้งในชีวิต คำที่ทุบพื้นปฐพีกระดอน
เราลอยขึ้นบนฟ้า ทะลายภูผาที่ขวางกั้น เอาแบบที่ทำให้ผมอยากสู้ชีวิตต่อไป
อย่างนั้นเชียว แต่ดูเหมือนผมไม่เคยทำให้ใครซึ้งใจเท่าไรเลย โดยเฉพาะกับ
ลูกค้าของผม
ผมพึ่งเริ่มทำงานเป็นสถาปนิกประเภทหนึ่งที่เรียกตัวเองเป็นภาษาอังกฤษว่า
ฟรีแลนซ์ สำหรับผมมันแปลเป็นไทยว่า...งานไม่ค่อยจะมีโว้ย...บางเดือนถึง
กับท้องกิ่วอยู่หลายๆวัน อันเนื่องด้วยนิสัยการใช้เงินแบบ "สามวันมีสี่วันไม่"
มี...จ่าย! ไม่มี...อด! จริงอยู่ว่าอัตคัดเหลือเกิน แต่เมื่อมองไปข้างๆผมจะอุ่นใจ
ทุกครั้งว่า มีคนที่ลำบากหนักกว่าผมอยู่ตรงนี้เอง โอ ลูกพี่ เขาช่างน่าสงสาร
ในระดับที่ส่งประกวดได้เลยละ
ผมกำลังเขียนแบบที่เจ้านายสั่งให้ "เปลี่ยนนิดนึ่ง" ซึ่ง นิดนึ่ง ของเขามักจะ
หมายถึง "จัดการซะให้เรียบร้อย" ผมสังเกตว่าเวลาเขาพูดคำนี้ทีไร มันดูเหมือน
เป็นคำสั่งมากกว่าการขอร้องเอาเสียมากๆ ซึ่งอาจเป็นวิชาที่เขาได้กลับมา
จากการเรียนเมืองนอก "น่า นิดนึงๆ" "ตรงนั้นนิดนึง"
เออ ได้ซี่ จะให้หาเห็บให้ด้วยไหมเล่า
การเปลี่ยนแบบกะทันหันทำให้งานมันทำท่าว่าจะไม่ทัน ผมต้องทำอะไรสักอย่าง
"ถ้าเสร็จงานนี้ เราจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเดือนเต็มๆแบบสบายๆสไตล์ ปารีส ฮิลตัน"
ผมต้องบอกลูกพี่แบบนั้นเพื่อให้เขาช่วยงาน ผมให้ลูกพี่ช่วยระบายสี
ผมพอรู้มาว่าลูกพี่มีพรสวรรค์ด้านศิลปะ เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยเอากระดาษ
เปล่ามากางไว้ราวสิบชั่วโมงโดยไม่วาดอะไร เขาบอกว่ายังรวบรวมอารมณ์ได้ไม่
มากพอ...เขานี่แหละศิลปินของจริง
กับงานของผม ผมเห็นเขานอนระบายสีด้วยท่านอนหงาย บางทีเขาก็นั่งใช้ตีน
หนีบดินสอสีแล้วระบาย ผมต้องอัดบุหรี่ทุกทีทีเห็นภาพแบบนี้ แต่ไม่มีเวลาไป
ตอแย สักพักเขาก็หายตัวไป ภาพที่ผมให้ช่วยลงสีไม่ต่างจากตอนแรกเท่าไรนัก
ในตอนนี้ สิ่งที่ผมต้องการอาจไม่ใช่ศิลปิน
ผู้ช่วยคนใหม่ของผมชื่อ "ไมเคิ้ล" ไมเคิ้ลนักสะสมแมว เขามีแมวราวยี่สิบตัวใน
บ้านของเขา และแมวบางตัวที่อยู่บ้านคนอื่นก็เป็นของเขาด้วย เขาบอกผม
อย่างนั้น เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะเลี้ยงพวกมันไว้ทั้งหมดในบ้านของเขา
บ้านที่ทำจากประตูหลายๆบานกั้นติดกันเป็นผนัง เวลาใครไปเยี่ยม ก็มักจะงัด
ประตูผิดอยู่บ่อยๆ ไมเคิ้ลยืนโยกประตูห้องผมอยู่นานสองนานกว่าจะเข้ามา
ในห้อง และทันทีที่เขาเข้ามาเขาก็ถามหาอีเหมียวก่อนเลย ผมบอกว่าไม่เห็นมัน
มาสามสี่วันแล้ว ผมง่วนอยู่กับงานที่จะกลายเป็นเงินในวันพรุ่งนี้
"นายควรออกตามหามันนะ"ไมเคิ้ลพูด
"ไม่หรอก แมวก็อย่างนี้แหละ บางทีก็เป็นอาทิตย์ มันจะกลับเมื่อเที่ยว
พอแล้ว" ผมพูดแบบไม่เงยหน้า
"ถูกหรอก แต่ถ้ามันหลงไปในดงข้างตึกละ?"ไมเคิ้ลว่า ซึ่ง อืม ฟังดูมีเหตุผล
ดงข้างอพาร์ทเม้นท์มีคุณสมบัติพร้อมที่จะเป็นป่าดงดิบ ผมก็กลัวอีเหมียวจะ
หลงเข้าไป แต่ผมไม่สามารถปลีกตัวไปหาได้ด้วยตัวเอง ซึ่ง...อาจต้องเป็น
หน้าที่ของไมเคิ้ล "หน้าตามันเป็นยังไง" ไมเคิ้ลถาม โอ้? ผมพึ่งรู้ว่าเขาไม่เคย
เห็นอีเหมียว การอาสามาช่วยงานของเขาต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ ๆ
"มันเป็นแมว...แล้วก็...เอ่อ..." ผมพยายามนึกหน้าของอีเหมียว
"อืม กูว่าหน้ามันเหมือนเสือนะ ขนมันออกสีเขียวเข้มๆเลยละ ดูสวยมาก"
หน้าตาของอีเหมียวเริ่มปรากฏทีละน้อยทำให้ผมเริ่มสนุก บางทีคำถามแบบนี้
ก็ทำให้เราสนุกได้เหมือนกัน "ตัวมันประมาณเนี่ย แววตาดุๆแล้วก็ชอบเกาหน้า"
ผมพูดพลางทำท่าประกอบแบบนี้ๆ
ใบหน้าของไมเคิ้ลว่างเปล่า มันแปลว่าเขาเกิดอาการงงสุดขีด ไอ้ที่ผมพูดไป
สนุกๆทำให้เขางง "เออ งั้น..แค่นี้แหละ แมวตัวเท่านี้ สีเขียวๆ"
"มันมีป้ายกระดาษที่คอเขียนว่า - โปรดให้ทานแมวจนๆ - " ลูกพี่พูดขึ้น เขามา
ยืนอยู่ข้างๆเราตั้งแต่เมื่อไหร่?
"เฮ้ยไม่มี" ผมท้วง
"มี๊"
"ไม่มี๊ มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่จะแขวนป้ายไว้อย่างนั้น" อ่า.. แย่แล้ว ผมว่า
มันมีป้ายนั่นแน่ๆ
"โอเค งั้นตัวเท่านี้ สีเขียวๆแล้วก็มีป้ายห่านั่นที่คอ" ผมบอกกับไมเคิ้ลไปตามนั้น
ผมกลับมาที่ห้อง ยืนท้าวโต๊ะเขียนแบบในท่าเจ๊กเฝ้าเขียงหมู ตรวจดูงานรวมๆ
และวิเคราะห์งานที่เหลือเป็นลำดับ ตอนนี้ผมได้ยินเสียง เมี๊ยวๆ ๆเมี๊ยว....
ดังมาจากดงข้างๆอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งน่าจะเป็นเสียงของไมเคิ้ล เสียงดังอยู่สักพัก
ก็ค่อยๆเบาหายไป ตอนนี้เขาคงเข้าไปถึงกลางดงแล้ว เขาใช้ได้ทีเดียว หายห่วง
ผมรีบทำงานต่อไปพร้อมกับในอกปริ่มล้นจากคำว่า เงิน
สี่ทุ่ม ผมตะบันทำงานจนมึนไปหมด งานน่าจะเหลือแค่ลงสีแม้จะเยอะใช้ได้แต่
แปดโมงเช้าพรุ่งนี้ยังไงก็ทัน ผมกำลังภูมิใจกับการต่อสู้อันยาวนานที่ ผมกำลัง
เป็นผู้ชนะ ได้โอกาศล้มตัวนอนพักร่างกาย แต่ไม่ทันไรลูกพี่ก็เปิดประตูเข้ามา
ผมขนลุกและผวาอย่างบอกไม่ถูก
เอ็งว่ามันนานไปรึเปล่าวะ?
อะไรนาน?
ไอ้ไมเคิ้ลนะสิ กูว่ามันหายไปในดงนั่นนานแล้วนะ
นรกเถอะ ผมลืมไปซะสนิทเลย ผมมัวแต่เร่งทำงานจนไม่ได้เอะใจ
"แน่ใจนะ ว่าเขาไม่ได้อยู่ที่บ้าน"
"เออ ไม่เห็นเลย"
ภาพคนหลงป่าแบบในหนังฮอลลีวู้ดกำลังหลอนผม ป่าแบบอะโพคาลิปซ์ นาว
ไมเคิ้ลผอมโซแล้วกำลังจะตายด้วยไข้ป่า แจ้งตำรวจดีไหม? ผมออกความเห็น
มันไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องแจ้งตำรวจ? ลูกพี่ว่า
รู้ไหม? เวลาลูกพี่ทำกระเป๋าตังค์หายก็แจ้งตำรวจได้ด้วยนะ ผมพูดแล้วก็
กดโทรศัพท์ ลูกพี่บ่นอะไรพึมพำเกี่ยวกับการเรียกตำรวจของผม ประมาณว่า
"ไม่เคยได้เรื่องเล้ย แจ้งทำไม๊" ซึ่ง...ผมไม่สนใจ
สักพักตำรวจนายหนึ่งก็มาถึง ตำรวจอ้วนๆท่าทางเหมือนเซ็งกับอะไรสักอย่าง
อยู่ตลอดเวลา เขาใส่เสื้อสีขาวและเลือดหมู แบบที่ตำรวจใส่กันตอนพัก " จะพึ่ง
ได้ไหมเนี่ย?"ลูกพี่พึมพำอีก
หน้าตาเป็นยังไงละ? ตำรวจถามผม
อะฮ่า ผมโครตชอบคำถามนี่เลย ผมหันไปซุบซิบกับลูกพี่เพื่อปรึกษาเรื่องรูป
พรรณของไมเคิ้ล ตัวผอม ผมหยักศกยาวปะบ่า ใส่เสื้อสีขาว เสื้อนอกสีดำ
กางเกงขายาวสีดำขาเต่อ และสวมรองเท้าหนังด้วย เราสรุปได้เท่านี้
แต่เพียงเท่านี้ก็คงหาเจอได้ง่ายๆอยู่หรอกนะผมว่า
"เอาละ พวกนายต้องช่วยหากันกับฉันละด้วยละ"ตำรวจพูด ลูกพี่ทำหน้าเบ้
เราสามคนถือไฟฉายลุยเข้าไปในดง ลูกพี่ถือกระปุกยาไปด้วยเพราะเรา
อาจถูกงูกัดได้ ผมสังเกตว่าเป็นพาราเซตามอล ช่างเขาเหอะ
เขาต้องมีอะไรติดมือไปทุกที่นั่นแหละ เราแยกกันออกไปร้องตะโกนเรียก
ไมเคิ้ล สักครู่เดียว ตำรวจก็ส่งเสียงเรียกพวกเราว่าเจอตัวไมเคิ้ลแล้ว
ผมจึงตามต้นเสียงไป
ขาขวาของไมเคิ้ลติดอยู่กับที่นั่งของเก้าอี้หวายที่ส่วนล่างมันจมแน่นอยู่กับโคลน
มีเลือดเปรอะที่หน้าแข้งของเขาซึมออกมาจนชุ่มบนกางเกงสีดำ ในมือยังอุ้ม
อีเหมียวอยู่ ผมว่าเขากำลังร้องไห้ ทันทีที่รู้ว่าเป็นผม เขาก็พูดขึ้น
"มันอยู่ในดงจริงๆด้วย" เขาชูอีเหมียวขึ้นอวด
ผมลองเดาเหตุการณ์ อีเหมียวติดอยู่บนต้นไม้ เขาเอาเก้าอี้แถวนั้นมาวาง
เป็นฐาน พอเอื้อมหยิบมันได้ปุ๊บ เก้าอี้ก็หักทรุด ขาของเขาขูดไปกับเก้าอี้
รองเท้าหนังทำให้โคลนเข้าไปดูดอัดกันจนแน่น ขยับไปไหนไม่ได้ อยู่เฉยๆกับ
แมวราวห้าชั่วโมง ถ้าเป็นคนอื่นคงทำไม่ได้แน่
ผมกับตำรวจช่วยกันเอาเขาออกจากที่นั่น สภาพพื้นโคลนตมทำให้เราลำบาก
มาก ตำรวจจัดการกับเก้าอี้ที่แน่นอยู่กับโคลน ผมยกตัวของไมเคิ้ล แต่ไม่เป็นผล
เราต้องเอาเขาออกไปทั้งอย่างนั้น ถ้ามีคนช่วยอีกคนจะดีมาก แต่ลูกพี่หายหัว
ไปไหนไม่รู้ตั้งแต่แยกกัน
ไม่นานเท่าที่คิด เราก็ทุลักทุเลกันออกมาจากดงนั่นได้ ผมไม่รู้จะจัดการกับเก้าอี้
นั่นยังไง เรามีแต่มีดปลอกผลไม้แล้วก็ที่โกยผงสังกะสีเก่าๆ แต่แล้ว ตำรวจเอา
มือหักเก้าอี้หวายอย่างง่ายดายราวกับปาฎิหาริย์ เหมือนในหนังเลย ผมคิด
สภาพไมเคิ้ลย่ำแย่เต็มที เขาต้องการหมอ เราทั้งหมดซ้อนมอไซค์ตำรวจไป
โรงพยาบาล ไมเคิ้ลเข้าทำแผลอยู่นาน ระหว่างนั้นตำรวจไม่พูดอะไรสักคำ
ผมก็ไม่กล้าชวนคุยหรอก ผมก็มัวแต่กังวลเรื่องค่ารักษา
เพราะตอนนี้ผมไม่ค่อยมีเงินเลย แถมงานที่ทำค้างก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์
ผมกลุ้มมากเลยนะเนี่ย ไอ้การจะหนีกลับไปทำงานต่อนี้อาจไม่ใช่การกระทำที่
ถูกที่ควรนัก ผมควรอยู่ดูอาการของไมเคิ้ลเสียก่อน แล้วเรื่องค่ารักษาละ?
โอย ผมไม่ชอบตกอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้เลย มันทำให้ผมอยากร้องไห้
ผมควรต้องมีเงินเก็บไว้ในยามนี้บ้างรึเปล่านะ
สองชั่วโมงผ่านไป ไมเคิ้ลออกมาพร้อมกับผ้าพันแผลก้อนใหญ่ที่ขา
ผมจับมืออีเหมียวโบกไปมาเป็นการรับขวัญ ไม่เป็นไรแล้วนะ ผมว่า
เรากระเผกกันไปรับยา ช่างเป็นเวลาที่น่ากลัวเหลือเกิน ผมเคยกินยาเม็ด
ละสองร้อยยี่สิบมาก่อน มันทำให้ผมเป็นประสาท ไม่รู้ผมจะขอผ่อนการจ่าย
เงินกับเขาได้ไหมเนี่ย
เรียบร้อยแล้วคะ สาวชุดพยาบาลกล่าว เรายังยืนนิ่งไม่ไปไหน อ้ำๆอึ้งๆ
แล้วเรื่องเงินนะครับ คือ นายคนนี้เขา...
อ่อ ตำรวจตะกี้จ่ายให้แล้วค่ะเธอพูดขัดขึ้น
ผมกับไมเคิ้ลมองหน้ากัน ผมหันมองหาตำรวจคนนั้นแต่ก็ไม่พบ มือผมสั่นเทา
ไปหมด เขา..เขา..เขาช่างเป็นคนอะไรอย่างงี้หนอ !
เราเดินกลับบ้านอย่างช้าๆซึมๆเหมือนคนโดนไฟฟ้าช๊อต เดินบ้างพักบ้างเพราะ
ขาของไมเคิ้ลยังเจ็บอยู่ อีเหมียวนอนคอพับกับแขนผม กลางคืนเงียบ มีแค่เสียง
ซวบซาบของรองเท้าลากกับพื้นคอนกรีตและเสียงรถวิ่ง นานๆครั้ง สมองเรา
เหมือนถุงถั่วใบใหญ่ที่เหลือถั่วอยู่เม็ดเดียว
"ทำไมตำรวจเขาต้องช่วยเราขนาดนั้นด้วยนะ" ผมพูดลอยๆขึ้นให้ไมเคิ้ลได้ยิน
นั่นนะสิ คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก
เราเดินกันเงียบๆไปเรื่อยๆจนถึงบ้านของไมเคิ้ล ซึ่งอยู่หน้าซอยของอพาร์ทเม้นท์
ที่ผมอยู่ขอบคุณนะ ไมเคิ้ลพูด
ผมอือออตอบกูก็ขอบคุณมึงเหมือนกัน ทั้งหมดนี่เพราะกูแท้ๆเลย" ผมชี้ที่คอเขา
ป้ายกระดาษของลูกพี่ "เก็บป้ายนั่นซะเถอะ มึงไม่ต้องแขวนไว้หรอก
"อ่อ" ไมเคิ้ลพูดแล้วเข้าบ้าน
ผมเดินต่อเพื่อกลับห้อง ตีห้าแล้ว ลืมเรื่องเงินไปได้เลย งานเป็นตั้งที่ค้างไว้ไม่มี
ทางเสร็จได้ทัน ผมมองขึ้นไปบนฟ้าที่กำลังจะสว่าง สูดอากาศสดชื่นให้สมองโล่ง
และกำลังคิดว่า ผมจะอยากฟังคำขอบคุณแบบที่ทำให้ผมลืมไม่ลงไปทำไม
ก็ตอนนี้ รู้สึกว่าผมอยากจะสู้ชีวิตต่อไป เพื่อกล่าวขอบคุณแบบนั้นกับใครสักคน
ถึงที่ห้อง ลูกพี่กำลังหลับกรนอย่างโวยวายเหมือนแกกำลังเล่นไพ่อยู่กับเพื่อน
สักสี่ห้าคน เมื่อเมินจากลูกพี่เดินไปดูงานที่วางเรียบร้อยอยู่บนโต๊ะเขียนแบบ
ลูกพี่ระบายสีให้ทุกแผ่นอย่างสวยงาม
edit @ 4 Jan 2008 11:00:01 by omega
... ชอบงานวันนี้แฮะ
ปล.ลูกพี่ยังเจ๋งเหมือนเดิม โทะโฮะโฮะ
#1 By walk my own way ^^ on 2007-05-30 17:39