แลก
posted on 19 Dec 2006 10:28 by omegaohm in SHORT-STORYเรื่องสั้นลำดับที่สองของกระผม อ่านก็ได้ไม่อ่านก็ได้ แต่อ่านก็จะดีมากๆเพราะอยากให้อ่าน
เอ้า ตามสบาย
-แลก-
เขาฟื้นลืมตาลางเลือนยังไม่คืนเต็มสติ เหมือนตุ๊กตาหมีที่เพิ่งเย็บเสร็จ
ระบมจากปลายเข็มหนักหน่วง
ทิ้งร่างแผ่หลารอให้ถูกโยนใส่ลังแล้วส่งขาย
ตายังไม่พร้อมสู้แสง มองเหมือนผ่านกระจกฝ้า
เล็งอยู่นานยังไม่ชัดขึ้น
สมองอาจถูกกระทบอย่างรุนแรง เขายังนึกเรื่องราวใดไม่ออก
นึกไม่ออกสักอย่างเดียว
กลิ่นสังหรณ์เพียงว่ามีความระยำบัดซบซ่อนอยู่
ชั่วระยะหลังลืมตาตื่น เขาก็ยังนอนอยู่อย่างนั้น
นอนหงายอยู่ใต้ห้องเพดานไม้สีน้ำตาลหรูหราสวยงาม
แงะทั้งเพดานไปขายคงได้หลายสตางค์
แสงสีฝุ่นขาวขมุกขมัวทรงเกือบเหลี่ยมหกลูกจากลูกฟักหน้าต่าง
ส่องพอให้ได้เห็นรางๆ ว่าห้องนี้บรรจุหน้าต่างนั้นไว้บานเดียว
พื้นปาร์เก้ไล่จบไปยังผนังห้องไม้ฝีมือประณีต
บัวหนามั่นคงดั่งคานโรมัน
และเพดาน ...เพดานไม้ซึ่งอาจเป็นพื้นของชั้นข้างบน
เรียงตัวต่อกันวาดเส้นรับแรงลงตัวอย่างสวยงามราวลีลายิมนาสติก
ตกแต่งประดับท้องคานด้วยลายฉลุ
ไม้ทุกชิ้นสีกลมกลืนดั่งแบ่งมาจากต้นเดียว
ยังไม่อยากลุกขึ้นนั่ง ปวดหัวรสมึนเหมือนกินจาระบี
อืม ห้องนี้ยังบรรจุไว้ด้วยประตูอีกหนึ่งบาน
เขาแลเห็นก่อนหันหน้าคืนสายตาสู่เพดานสุดสวย
แกน่าจะถูกเอาไปขายสักวันหนึ่งแน่
แกมันงดงามอะไรขนาดนี้นะ เขาเริ่มคิด
สติกลับคืนมาได้บ้าง แต่ยังไม่มีสัญญาณใด
บ่งบอกเรื่องราวทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้น
ทำไมมาอยู่ที่นี่นะ ทำไมปวดหัว ปวดตัวไม่มีแรง
ช่างแม่ง ขอนอนต่ออีกสักพัก ตกเป็นตะกอน
เรื่องราวต่างๆคงกระจ่างขึ้น
เขาหลับตาลงในเชิงที่พร้อมยอมรับทุกอย่าง แต่เพียงไม่ขอรับรู้
อะไรก็ได้ แล้วแต่
ก่อนจะทิ้งตาหลับสงบ เสียงดังขึ้น
อาจเป็นเสียงไม้ลั่นเบียดกันเพราะต้องรับน้ำหนักคนที่เดินเหยียบมัน
หรือเสียงกระทบวางของลง เสียงคนหรือเสียงนรกห่าเหวอะไรก็ช่าง
ไม่ใช่จากเพดาน เสียงน่าจะมาจากชั้นนี้ที่นอนอยู่
มันดังเพียงครั้งเดียวแล้วเงียบลง
แต่รับรู้ได้ว่ามีคนอยู่ในห้องด้วยแล้ว
หันหน้าไปทางประตูก็คงเห็นเจ้าของเสียงนั่น
แต่ช่างแม่ง กูจะสนใจห่าเหวอะไรอีกละ เขาหลับตา
นอนนิ่งทำไม่รู้ไม่ชี้อย่างที่เขาตั้งใจนะแหละ
เสียงแผ่วๆคืบคลานเข้ามาใกล้
เหมือนแมวค่อยๆเดินเลียบเข้าคลอเคลียเลียหู
แปลเปล่งเป็นเสียงว่า ขออภัยที่ทำแบบนี้
เงียบสงบประหนึ่งทุ่งใหญ่มีเพียงควายเคี้ยวหญ้า
แมวอีกตัวเดินเข้ามา ชายคนนี้พูดดังได้แค่แมวเดินรึไง
ผมรู้คุณไม่ได้หลับ
อือชายผู้นอนอยู่ ตอบ หันหน้าไปทางขวา
ชายเจ้าของเสียงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้
หน้าประตูที่แง้มเปิดอยู่ แสงจัญไรส่องเพียงให้เห็นขา
เห็นกางเกงสูทเหี้ยๆชั้นดี
กระแดะเรียบทำโค้งทำมุม ถุงเท้าดำคงทำจากผ้าไหมที่ดีที่สุด
แม่ง สะท้อนแสงได้ด้วย
รองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มกว่ากางเกงนิดหน่อย
สะอาดสะอ้านเหมือนไม่เคยแตะพื้น เข้มขรึมจนต้องก้มกราบ
เหมาะที่สุดในการนั่งไขว่ห้างห้อยมันลงมาอย่างเย่อหยิ่ง
มองเรื่อยขึ้นไปสู่ความมืด ก้อนเงาดำชายผู้นี้นั่งดูภูมิฐานนัก
ช่างแม่ง กูจะมองทำเหี้ยอะไร แล้วเขาก็หันกลับไปมองเพดานเช่นเดิม
เงียบสงัด บรรยากาศแห้งแหบ ยังไม่มีคำพูดใดหลุดจากปากทั้งสองคน
มีเพียงเสียงสมมติจากแสงของบานหน้าต่าง
ส่งเสียงเหมือนน้ำเดือดทุกครั้งที่เหล่ตามอง
ผมเป็นใคร ในที่สุดเขาก็พูดออกมา เสียงจากผู้ที่นอนอยู่
ไม่ทราบได้ แมวอีกตัวเดินมาเชื่องช้า
พูดดังๆหน่อยสิ ผมไม่ได้ยิน
ไม่ทราบได้เขาย้ำคำเดิม ยังระดับเท่าแมวตัวเดิม
ช่างแม่ง ไม่เห็นต้องสนใจ ไม่ได้ยินก็ไม่ได้ยินสิวะ
ชายผู้นอนอยู่ คิด ตอนนี้เขาได้สติเกือบเต็มแล้ว
แต่ก็ยังนึกเรื่องอื่นๆไม่ออก เรื่องสารพัดหายหัวไปในหลืบความทรงจำ
นอนนิ่งเป็นผลไม้แช่อิ่ม จับจ้องเพดานต่อไป
แดดเริ่มไล่เข้ามาจับนิ้วมือซ้ายอุ่นจึงเริ่มรู้ตัว แต่ก็ปล่อยไว้อย่างนั้น
ยังรู้สึกได้ว่าไอ้คนนั้น มันยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่กระดุกกระดิกไปไหน
เฮ้อ เอากะมันสิ
ผมอยู่ที่ไหนเขาถามขึ้นอีกครั้ง
บ้านของผม ห้องเก็บของ
โอย ไม่ได้ยินวะ พูดดังๆหน่อยโว้ยเขาตะโกน
เมื่อสิ้นเสียงตะโกน ตามมาด้วยเสียงดังกึกกักเหมือนควายวิ่งกรูเข้ามา
บางอย่างอัดเข้าชายโครงตัวงอเป็นกุ้ง ร่างลั่นบิดเอี้ยวด้วยความเจ็บปวด
ชายคนที่ยืนอยู่ข้างๆก้มหน้าลงบอกกับเขาว่า
มึงอย่าเสือกพูดระยำใส่นายท่านแล้วเขาก็เดินจากไป
รู้ได้ทันที ฟังแมวเดินดีกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า
บิดดิ้นเอาความเจ็บปวดทิ้งได้บ้างแล้ว
หายใจหนักหน่วง อยู่ในห้องเก็บของนี่เอง โอย แจ่มชัดบรรลัย
คราวต่อไปจะตั้งใจฟังเป็นอย่างดี
ห้องเก็บของหรือ ห้องเก็บของมีเพดานสวยงามขนาดนี้เชียว
ขออภัยที่ทำแบบนี้ คุณไม่ยอมเราแต่โดยดี คนพวกนี้อารมณ์ร้อน
ผมเพียงอยากขอให้คุณช่วย
แมวตัวนี้ออกเล่นนอกลู่นอกทาง ใช่เวลากว่าจะมาถึง
ช่วย? กูจะช่วยอะไรมึงได้วะ เขานอนคิด กูเป็นใครกูยังไม่รู้เลย
จะช่วยมึงได้ไง สายตาจับจ้องมองเพดาน ดั่งยิ่งมองยิ่งเห็นค่าล้ำ
สมบัติราชวงศ์โบราณที่ถูกซุกซ่อนอยู่
เปล่งประกายเลิศล้ำระทวยสวยสด
ไม้แต่ละชิ้นคงมาจากป่าหิมพานต์แดนไกล
แม้แต่ลายไม้ยังบ่งบอกถึงระดับผู้ดี ไม้ชั้นดี
ได้รับการดูแลราวเจ้าหญิงเจ้าชาย
ยังมีต้นไม้ที่ได้รับการดูแลเช่นนี้อยู่อีกหรือ
เราจับตัวคุณมา แมวอีกตัวเพิ่งมาถึงในขณะที่เขาเพ้อถึงไม้เพดาน
โอ เป็นอย่างนั้นเอง บันทึกข้อมูลเก็บไว้
หันหน้ามองชายคนนั้นผู้ที่ยังคงนั่งอย่างสง่า
ทำไมเขาถาม คราวนี้ดูสงบ
มีเรื่องให้ช่วย มีของแลกเปลี่ยน
อะไร
ชายคนนั้นลุกขึ้นลากเก้าอี้ด้วยตนเอง เดินเข้าหาชายผู้ยังนอนอยู่
วางเก้าอี้ลงนั่ง ก้มหน้าลงมามอง
เขาพูดราวกระซิบ ส่งเป็นฝูงแมวมาคลอเคลีย
คุณเป็นคนบ้า รู้ตัวหรือเปล่า หรือหากคุณว่าตัวเองไม่บ้า
แต่คนอื่นเขาไม่คิดอย่างนั้นหรอก
นั่นละคือเหตุผลที่เราจับตัวคุณมา ใครจะสนใจคนอย่างพวกคุณ
คนบ้าไร้บ้านไร้ประโยชน์
พระเจ้าช่างขำขันยิ่งนัก ที่ทรงปั้นแต่งพวกคุณอยู่ปนเปกับพวกเรา
ผมว่ามันน่าสมเพทวะ
ดูพวกคุณสิ มีชีวิตอยู่มาได้ยังไงกันนะ
หรือเขาตอบห้วนๆ แล้วจะให้ผมช่วยอะไร
เหมือนยังไม่หนำใจ ชายคนนั้นนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
กำลังสงบสติอารมณ์ พูดราวกดมีดจี้คอ
แลกเปลี่ยน
อะไร
ผม
ผม?
ใช่ ผม
ผม?
เออ ผมอันรกรุงรัง ดกหนาจับเป็นก้อนของแกนั่นแหละเขาเริ่มมีโมโห
สายตาจับจ้องไปที่เพดานอีกครั้ง เหม่อมองคุยกับเพดาน
อะไรกันวะ ตกลงนี่กูบ้า ไร้บ้านอยู่อาศัย
แต่งตัวโสโครกผมรกรุงรังอย่างที่มันพูดหรือ
แล้วไอ้เวรพวกนี้ ก็สอยกูมา เพื่อจะมาตัดผมกูงั้นเหรอ
ไม่ค่ะ...ไม่ถูกทั้งหมด เพดานตอบ ท่านกรุณาฟังต่อจนจบ
เขาหันมองขาเก้าอี้
กูไม่เข้าใจ ชายผู้สง่าเริ่มเปลี่ยนท่าที ทำไมพระเจ้าถึงทำกับกูอย่างนี้
ดูกูสิ กูสมบูรณ์เกือบทุกอย่าง
ชื่อเสียง กูมี! เงินทอง กูมี! มีหน้ามีตา เสือกให้กูหัวล้านไม่มีผมสักเส้น
ทั้งที่กูเพิ่งสามสิบสอง แต่ดูพวกมึงสิ ไอ้สันดาน
ไอ้พวกไร้บ้านหาแดกยังไม่ได้
ผมดกหนาเป็นก้อนเป็นแผ่น พวกมึงเสือกไม่สนใจ
หน้าเหี้ย! กวนตีน
มึงเอาผมมาให้กูแล้วเอาเงินไปแดกข้าวจะดีกว่าไหม ห๋า
เสียงแมวเมื่อครู่กลายเป็นช้างป่า
ตวาดวิ่งผ่านชายผู้นอนอยู่ด้วยลีลาชาวป่าโกรธธรรมชาติ
พายุสงบ เสียงหัวเราะดังขึ้น ลูกน้องคนเดิมทำท่าจะเอาเรื่อง
เจ้านายห้ามเอาไว้
มองดูชายผู้นอนอยู่ ลุกนั่ง สบสายตา
เขาแลเห็นหัวของชายผู้หัวล้าน โล้นเลี่ยน ยิ่งนึกขำ
นายท่าน เขาพูดในท่านั่ง นายท่านรู้ได้ยังไงว่าผมบ้า หือ?นายท่าน
ผมเป็นพวกไร้บ้าน ใช่ แต่ผมไม่ได้บ้านะ อย่างน้อยก็ไม่ได้เต็มใจบ้า
แล้วผมที่ขึ้นดกเต็มหัวนี่
ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรอย่างที่ท่านว่านะแหละ
นั่นคงเพราะผมไม่คิดมากมั๊ง ผมเลยไม่ร่วงละ ฮ่า ฮ่า
แต่ผมยังยืนยันว่าผมไม่ได้บ้านะเขาพูดพลางชูนิ้วชี้ส่ายไปมา
แล้วเพ่งดูเมื่อมันหยุดนิ่ง
นายท่านนั่งฟังนิ่ง เหมือนรอให้เจ้าไร้บ้านพูดต่อ
ชายไร้บ้านรู้สึกอยู่ในบรรยากาศเงียบกดดัน
ลดมือยกหน้ามองดูนายท่าน ท่าทางเขาจะต้องพูดอะไรต่อ
ผมจะเล่าเรื่องตลกๆให้ฟัง นายท่าน เรื่องแรก
นายท่านมีทุกอย่างยกเว้นผม
ส่วนผมมีแต่ผมเพียงอย่างเดียว ฮ่าฮ่าฮ่า เออ ขำดี เฮ้ย เดี๋ยว
เขาห้ามเจ้าลูกน้องเอาไว้ก่อนจะเข้ามาอัด
เอาละ ของจริง เมื่อก่อนนี้"เขาถอนหายใจ
" ตอนผมเพิ่งออกมาใช้ชีวิตไร้บ้านใหม่ๆ
ผมก็พอมีเงินอยู่บ้าง กำลังคิดอยู่เชียวว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี
ผมไม่อยากอยู่บ้าน ไม่อยากอยู่กับที่ ไม่อยากทำงาน
ไม่รู้จะหากินยังไง แต่ต้องแดกแม่งทุกวัน เงินก็เริ่มร่อยหรอลงทุกวัน
ไม่อยากคุยกะใคร เข้ากับคนไม่ได้โดยสมบูรณ์แบบ โดดเดี่ยวหฤหรรษ์
ค่ำคืนมองดูผู้คนกลับบ้าน ละแวกนี้ อากาศหนาวเหน็บเจ็บปวด
ผมเดินสู่จุดหมาย สู่เสาไฟฟ้าต้นนั้น "
แหงนหน้ามองประหนึ่งภาพฉากทั้งหมดปรากฏอยู่เบื้องหน้า
"ผมชอบเสาไฟฟ้าต้นยักษ์ในค่ำคืนชุมนุมของดวงดาว
คืนที่มนุษย์โง่เง่าเข้าบ้านนอน ผมเดินไปใต้เสาไฟฟ้า
แหงนมองจากต้นหนึ่งสู่ต้นหนึ่ง สู่อีกต้นหนึ่ง
สายไฟเชื่อมโยงแต่ละต้นนิ่งงันเงียบเหงา
ไหวตามลมแต่ก็ยังเงียบเหงา ผมกลับเป็นสุขเหลือเกิน
ด้วยเหตุอันใดไม่รู้ นายท่าน
ผมแค่ชอบมองมันอย่างนั้น ชีวิตรอเพียงค่ำคืนเวียนมาถึง
รอเฝ้าดูดวงดาวและเสาไฟ
ใช้ชีวิตกึ่งตื่นกึ่งฝัน ทุกวันมีแต่คำว่า ช่างแม่ง ผมของผมเริ่มยาว
ยาวมากๆจนรำคาญละ แต่ผมไม่ชอบไปตัดผมนะสิ
ยังจำได้ตอนไปร้านตัดผมครั้งกระโน้น เขาหยุดกลืนน้ำลาย
มองนายท่านนั่งฟังอยู่นิ่งๆเหมือนตอนแรก ลูกน้องก็เฉย
ปลอดภัย แล้วเล่าต่อ
ตอนนั้นผมยังเด็กยังหนุ่ม ผมเกลียดการตัดผม
ใช่ว่าผมจะชอบให้ผมยาวหรอกนะ
แต่ผมเกลียดการตัดผมละ เกลียดกลิ่นของผมหลังโดนตัด
เกลียดทรงผมทุเรศๆที่พวกช่างตัดผมไร้จินตนาการตัดให้
เกลียดการตอบคำถามที่ผมไม่รู้ว่าต้องตอบไง เข้าใจไหมครับ
อย่างถามว่า เอาตรงนี้ออกไหม เฮ้ยกูไม่รู้หรอก กูไม่เห็น
มึงนึกสิว่าควรตัดไหมเล่า
โอย ผมละเบื่อคนพวกนี้ แล้วมันก็ตัดส่งๆ
หวีปัดไปปัดมาข่วนหูข่วนคอผม
เกลียดแม้พวกคนสระผมมันจะสระไปให้พ้นๆ ทึ้งผมเจ็บหัว
ผมติดมือมันเป็นกำ
เออ ช่างแม่งจะลุกไปต่อยมันก็ใช่เรื่อง ผมเกร็งตลอดเวลาที่ตัดผม
แทบเป็นลม กรรไกรเล็มหนึ่งทีเหมือนวิญญาณหลุดติดมือมันไปด้วย
จ้องหน้าตัวเองในกระจก หวาดผวาเหมือนเจอผี
โอย ไม่อีกแล้วไม่ตัดผมอีกแล้ว ผมเลยปล่อยให้มันยาว
กลับมาตอนผมใช้ชีวิตไร้บ้าน ผมไม่เคยตัดผม
ไม่เคยเลย แล้วมันก็เริ่มคัน คันจนเริ่มชิน
ปล่อยไปตามทางของมัน ไม่เคยคิดว่ามีผมอยู่บนหัว
ไม่เหมือนเป็นชิ้นส่วนของผมเลย เหมือนสัตว์เลี้ยงมากกว่าละ ฮ่าฮ่า
อย่างนายท่านว่า เอาผมมาแลกเป็นข้าวได้ก็คงดี
แต่มันแลกไม่ได้ ผมก็เลยไว้ยาวเรื่อยมา ช่างแม่ง
ผู้คนก็เลยแต่งตั้งให้ผมเป็นคนบ้า
ทั้งๆที่ตอนแรกนั้น ผมแค่เข้ากับพวกเขาไม่ได้ก็เท่านั้นเอง
โอยผมไม่ได้บ้าหรอกแค่ไม่มีเงินเท่านั้นแหละ
ดูอย่างนายท่านสิ นายท่านคงมีเงินเยอะแยะ
และคงไม่มีใครว่านายท่านเป็นคนบ้าหรอก
ไม่งั้นลูกน้องนายท่านคงเตะเขาไส้แตก จริงไหม
ชายผู้นั่งอยู่บนเก้าอี้ขยับตัว ก้มลงศอกท้าวเข่ายกหัวมองเจ้าไร้บ้าน
ถ้าแลกผมกับข้าวได้ละ แลกไหมนายท่านพูดหน้าจริงจัง
ไม่รู้ซี นายท่าน แลกกับอะไรเท่าไหร่ละ ผมคิดภาพไม่ออกหรอก
ผมของแก แลกกับอะไรก็ได้ เงิน ทอง
หรืออะไรก็ได้ แลกกับแกที่จะไม่มีผมขึ้นอีกแล้ว
อย่างนั้นเชียวหรือนายท่าน รู้อะไรมั๊ย ช่างแม่ง ผมไม่สนหรอก
ผมแลกแล้วนายท่านจะมีผมดกขึ้นมาหรือไง ปล่อยผมไปเถอะ
นายท่านยังคงนิ่งอยู่ท่าเดิม หน้าตานิ่งจริงจังดูน่ากลัว
ชายไร้บ้านหันสายตาหนี
มองขึ้นบนเพดาน นี่มันเหี้ยอะไรหรือคุณเพดาน
นายคนนี้เขาต้องการผมจากผมจริงๆหรือ ชายไร้บ้านถาม
ค่ะ เธอไม่เชื่อหรือ นี่เรื่องจริงนะ เธอไม่ได้ฝันไปหรอก
เสียงเพดานตอบ ฟังครั้งนี้เป็นเสียงผู้หญิง หญิงผู้ดีอีกต่างหาก
ชายไร้บ้านหันมามองนายท่านด้วยหางตา แล้วหันหัวตามมา
นายท่านว่าจะแลกอะไรก็ได้กับผมของผมงั้นใช่มั๊ยเขาทวนถามอีกครั้ง
ถูกต้อง อะไรก็ได้
อะไรก็ได้จริงๆนะ
อะไรก็ได้
ผมเอาเพดานนี้ละนายท่าน นิ้วชี้ขึ้นข้างบน
นายท่านนิ่ง นิ่งอยู่ท่าเดิมท่าเดียวตลอดมา
เขาคงเป็นรูปปั้นได้แน่ถ้าเขาอยากเป็น
แต่รูปปั้นห่านี่มันน่ากลัว คงไม่มีใครเอาไปตั้งที่ไหนหรอก
นายท่านจ้องมองตาถลน แล้วก็ขำออกมาเสียงดัง
ไอ้เวรตะไล มึงนี่มันบ้าของจริงนายท่านส่ายหัว
มีหน้าไหนจะเอาเพดานบ้านกู ไหงเงินทองมึงไม่สนใจ
มึงกวนตีนจะเอาเพดานบ้านกู
นายท่านไม่เข้าใจ เพดานนี่สวยงามหยดย้อย ดั่งหญิงสาวผู้ดีมีสกุล
แล้วเธอก็คุยกับผมรู้เรื่อง
หรืออย่างน้อยๆ ถ้าขาย ก็คงขายได้หลายตังค์เชียวละชายไร้บ้านสาธยาย
มึงคุยกับเพดาน
ครับ
สาวสวยหยดย้อย
ครับ
หึ ไอ้บ้า สาวน้อยหยดย้อย มึงจะปี้เพดานรึไง
ก็ไม่แน่ครับ ถ้าทำได้
ไอ้หน้าเหี้ย แล้วมึงจะเอาไปยังไง มึงจะเอาเพดานเหี้ยนี่ไปไหนได้ยังไง
ท่านปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมหลังจากท่านรับแลกแล้วเถิดครับ
เป็นดั่งคำขอ นายท่านตกลง ชายไร้บ้านหัวล้านเลี่ยน มันสะท้อนแสง
มันเลื่อมเหมือนไม่เคยมีอะไรปกปิด ถูกเช็ดถูทั้งเช้าทั้งบ่าย
มันจนน่าเล่นสกีได้ มองดูบ้าน บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้นตามคาดใหญ่โตทีเดียว
แต่อีกหลังที่อยู่เยื้องกันใหญ่โตมหึมายิ่งกว่า อยู่แล้วคงเหงา
บ้านที่เป็นห้องเก็บของถูกเลื่อยแยกเป็นชิ้นๆ
ชิ้นที่เป็นส่วนเพดานจะถูกแยกไว้อีกกองหนึ่ง
ไม้ทุกชิ้นยังคงสภาพดี พร้อมจะประกอบใหม่ได้อีกครั้งเร็วๆนี้
ลูกน้องนายท่านอุตส่าห์ใช้รถขนมาทิ้งให้พร้อมตัวชายไร้บ้าน
ทิ้งตรงที่ข้างเสาไฟฟ้าใหญ่ยักษ์ต้นที่เขาชี้หมายไว้
เทพรวดลงบนพื้นหญ้า
ลูกน้องคนที่เตะชายโครงยืนยิ้มอยู่หน้ารถ
ถามว่าจะเอาไม้ไปทำอะไรที่ไหนต่อ
ชายไร้บ้านตอบว่ายังไม่รู้เลย
เพราะตอนแรกหวังว่าจะเอามาทั้งเป็นแผ่นเพดานอย่างนั้น
เมื่อถูกย่อยเป็นชิ้น ยังต้องขอคิดก่อน
แลกคืนไม่ได้แล้วนะลูกน้องนายท่านบอก
ครับ
เปลี่ยนก็ไมได้แล้วนะ
โอ...ครับ
เอาอะไรเป็นของแถมหน่อยมั๊ย
อืม บุหรี่สักมวนเป็นไงครับ ลูกน้องควักบุหรี่บุ้บี้ทั้งซองให้
เออ ลา โชคดี
ลา ครับ
รถบรรทุกวิ่งหนีหายไปคล้ายความฝัน
กองไม้ผู้ดีมีสกุลวางเรียงสะเปะสะปะไร้มารยาท
ใต้เสาไฟฟ้าใหญ่ยักษ์ที่มีสายห้อยร้อยรยางค์เชื่อมแต่ละต้นเข้าด้วยกัน
เงียบเหงาลึกลับ
จะมีต้นใดบ้างไหมที่ขอแยกตัวไม่อยากร่วมวงโยงสายไฟด้วย
ไอ้เสาต้นนั้นมันต้องบ้าแน่ๆเลย เพราะมันเกิดมาเป็นเสาไฟฟ้านี่นะ
ก็ต้องทำหน้าที่ของมันไป
เขาหันมองไม้เพดานเหล่านี้ดั่งรู้หน้าที่ของมัน
แล้วจับมันแยกตามความยาวและรูปลักษณ์
ดวงดาวยังอยู่เป็นเพื่อนในยามค่ำคืน
สายลมหนาวพัดโบกโยกสายไฟให้ไหวเคลื่อน
โหวงเหวง ดังเหมือนเสียงอึ่งครางมาจากดวงจันทร์
เขาจับไม้เพดานตั้งขึ้น
ก่อกันเป็นทรงกระโจม โอ มันคงจะอุ่นไม่น้อยเลยนะ
เดินหาเศษใบไม้ ผ้า หญ้า กระดาษหรือขยะอื่นๆละแวกนั้น
ที่น่าจะเป็นเชื้อเพลิงได้ ได้เชื้อเพลิงมาหนำใจ
หยิบบุหรี่ในกระเป๋าเสียบมุมปาก
เปิดกล่องไม้ขีดเก่าเก็บ เหลือไม้ขีดแค่ก้านเดียว
คิดชั่วแมวดม เอามือลูบหัวล้านเลี่ยน
แล้วเขาก็จุดไฟขึ้นเผาปลายบุหรี่แดงวาบ
ป้องให้ไฟลาม
สูดควันเข้าเต็มปอดแล้วพ่นพุ่งออกมาอย่างสบายอกสบายใจ